<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ThePosition</title>
	<atom:link href="https://www.theposition.co/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.theposition.co</link>
	<description>News generation</description>
	<lastBuildDate>Fri, 01 Nov 2024 09:32:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.5.5</generator>
	<item>
		<title>ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SME ก.ย. 67 ทรงตัวใกล้เคียงเดือนก่อนหน้า</title>
		<link>https://www.theposition.co/%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b/</link>
					<comments>https://www.theposition.co/%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[พงษ์ธร ทวีพฤกษ์สกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 Nov 2024 09:29:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[ความช่วยเหลือที่ผู้ประกอบการ SME]]></category>
		<category><![CDATA[ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SME]]></category>
		<category><![CDATA[ปณิตา ชิณวัตร]]></category>
		<category><![CDATA[ประจำเดือนกันยายน 2567]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ SME]]></category>
		<category><![CDATA[สสว]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.theposition.co/?p=6478</guid>

					<description><![CDATA[ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SME (SMESI) ประจำเดือนกันยายน 2567 อยู่ที่ระดับ 49.6 ทรงตัวใกล้เคียงเดือนก่อนหน้า ผลกระทบน้ำท่วม สภาวะเศรษฐกิจทรงตัว การท่องเที่ยวชะลอตัวตามฤดูกาล ส่งผลดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SMESI ก.ย. 67 ต่ำกว่าระดับค่าฐานต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 แม้เริ่มเห็นสัญญาณการกลับมาของกำลังซื้อในระยะสั้น แต่ค่าคาดการณ์ในอีก 3 เดือนข้างหน้า เพิ่มขึ้นจากฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงปลายปีและเทศกาลเฉลิมฉลองต่าง ๆ จะสามารถดึงความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SME กลับมาได้ นางสาวปณิตา  ชิณวัตร รองผู้อำนวยการรักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SME (SMESI) ประจำเดือนกันยายน 2567 อยู่ที่ระดับ 49.6 ทรงตัวใกล้เคียงกับเดือนก่อนหน้าจากระดับ 49.4 และยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าระดับค่าฐานที่ 50 ซึ่งสะท้อนความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ถึงแม้จะมีแรงหนุนจากกำลังซื้อที่เร่งตัวสูงขึ้นชั่วคราว ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มสินค้าจำเป็นช่วงฟื้นฟูหลังเหตุอุทกภัย เช่น อุปกรณ์ทำความสะอาด อาหารแห้ง ในขณะที่ภาพรวมภาคธุรกิจยังเผชิญแรงกดดันจากด้านราคาสินค้าต้นทุนที่เร่งตัวในหลายพื้นที่ รวมถึงใช้เงินลงทุนซ่อมแซมปรับปรุงสินทรัพย์ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นด้านผลประกอบการของผู้ประกอบการในปัจจุบัน เมื่อพิจารณาองค์ประกอบของดัชนีพบว่า องค์ประกอบด้านคำสั่งซื้อ ปริมาณการผลิต/การค้า/บริการ การลงทุน อยู่ที่ระดับ 54.9, 52.7 และ 51.1 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 52.5, 52.1 และ 50.9 ในขณะที่องค์ประกอบด้านกำไร ต้นทุนรวม (ต่อหน่วย) และการจ้างงาน ปรับตัวลดลงอยู่ที่ระดับ 49.8, 39.4 และ 49.9 จากระดับ 50.9, 40.4 และ 49.8 สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SME รายสาขาธุรกิจ ประจำเดือนกันยายน 2567 พบว่า ค่าดัชนีเพิ่มขึ้นเกือบทุกภาคธุรกิจยกเว้นภาคการผลิต ผลจากราคาสินค้าต้นทุนที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น โดยภาคการผลิต อยู่ที่ระดับ 50.7 ซึ่งลดลงมาจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 52.3 ในขณะที่ ภาคการค้า อยู่ที่ระดับ 49.7 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 49.1 แต่ภาพรวมยังมีความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจ โดยกลุ่มการค้าส่งและค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวดีขึ้น จากอุปสงค์ชั่วคราวที่เพิ่มขึ้นหลังเหตุอุทกภัย รวมถึงการค้าและบริการเกี่ยวกับยานยนต์ก็ปรับตัวดีขึ้นจากภาพรวมลูกค้าที่นำรถยนต์และรถจักรยานยนต์เข้ามารับบริการ ภาคการบริการ อยู่ที่ระดับ 48.5 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 47.5 แต่ความเชื่อมั่นยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับภาคธุรกิจอื่น โดยปรับตัวดีขึ้นในภาคบริการขนส่งสินค้าที่มีการลำเลียงสินค้าไปยังพื้นที่อุทกภัย รวมถึงการบริการทั้งกลุ่มที่พักชั่วคราวที่ปรับตัวดีขึ้นจากสถานการณ์ดังกล่าว ภาคธุรกิจการเกษตร อยู่ที่ระดับ 53.3 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 52.1  เป็นผลบวกจากช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวและมีการทยอยขายสินค้าในหลายพื้นที่ สร้างผลดีกับภาคธุรกิจชัดเจน นอกจากนี้บางพื้นที่ยังมีการเตรียมปรับปรุงพื้นที่ เพื่อรองรับการเพาะปลูกในรอบถัดไป ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SME รายภูมิภาค พบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ที่ระดับ 50.7 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 48.7 เศรษฐกิจขยายตัวและกลับมาอยู่ในระดับเชื่อมั่นอีกครั้ง จากกลุ่มการบริการและการค้าเป็นหลัก โดยมีสาเหตุมาจากกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นช่วงหลังฟื้นฟูจากสถานการณ์อุทกภัย โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้เคียงกับจังหวัดที่ติดลุ่มแม่น้ำโขง ทั้งการค้าสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นและการบริการกลุ่มที่พักชั่วคราวรวมถึงบริการซ่อมบำรุง เขตกรุงเทพฯและปริมณฑล อยู่ที่ระดับ 50.2 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 49.3 จากสภาวะเศรษฐกิจกลับมาขยายตัวโดยค่าดัชนีเร่งตัวขึ้น และเข้าสู่ระดับความเชื่อมั่นจากปัจจัยบวกของการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่ลุล่วง มีผลความต่อเนื่องของนโยบายกระตุ้นการบริโภค โดยภาคการผลิตหลายสาขา รวมถึงภาคการค้ามีการเพิ่มการผลิตและสต็อกสินค้าเพื่อรองรับการจำหน่ายในช่วงปลายเดือนที่ได้ผลดีจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ภาคกลาง อยู่ที่ระดับ 47.1 ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 47.2 ความเชื่อมั่นทรงตัวใกล้เคียงเดือนก่อนหน้า ถึงแม้พื้นที่จะได้แรงหนุนจากกำลังซื้อภาคธุรกิจการเกษตรที่เป็นช่วงที่มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตและขายได้มากที่สุด รวมถึงกิจกรรมการท่องเที่ยวในจังหวัดอยุธยาฯ ที่เพิ่มขึ้นกว่าเดือนก่อนหน้า อย่างไรก็ตามภาคการผลิตหลายสาขายังชะลอตัวลงต่อเนื่อง เช่น กลุ่มผลิตเครื่องหอม และ การผลิตอัญมณี ภาคใต้ อยู่ที่ระดับ 50.5 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 51.1 ผู้ประกอบการยังมีความเชื่อมั่นต่อภาคธุรกิจ จากแรงหนุนของกิจกรรมการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวมาเลเซียในพื้นที่ฝั่งอ่าวไทยเป็นสำคัญ ในขณะที่ภาพรวมยังได้รับแรงกดดันจากด้านต้นทุน รวมถึงเศรษฐกิจฝั่งอันดามันและภูเก็ตที่ชะลอลงจากผลกระทบของสภาพอากาศและอุทกภัย ภาคตะวันออก อยู่ที่ระดับ 48.2 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 49.6 จากราคาต้นทุนที่เร่งตัวสูงขึ้น ทั้งค่าสาธารณูปโภคและพลังงาน กระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ รวมถึงกำลังซื้อที่หดหาย จากการลดชั่วโมงการทำงานของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หลายแห่ง ซึ่งกระทบต่อรายได้ของลูกจ้างในพื้นที่ กระทบต่อภาคการค้าเป็นสำคัญ รวมถึงกลุ่มธุรกิจบริการในกลุ่มการพักผ่อนและความผ่อนคลาย เช่น สปา วัฒนธรรม เป็นต้น ภาคเหนือ อยู่ที่ระดับ 48.5 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 50.4 จากสถานการณ์อุทกภัยที่รุนแรงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 กระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการทั่วทุกภูมิภาค โดยเฉพาะภาคการผลิตที่สถานประกอบการเสียหาย รวมถึงภาคการบริการกลุ่มการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวจีนในพื้นที่ชะลอลง อย่างไรก็ตามยังมีกลุ่มการค้าสินค้าจำเป็นที่สามารถปรับตัวดีขึ้นตามความจำเป็นของการอุปโภค สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 53.5 ซึ่งคาดว่ากิจกรรมเศรษฐกิจช่วงปลายปี ไม่ว่าเทศกาลเฉลิมฉลองต่าง ๆ ช่วงวันหยุดยาว จะทำให้ระดับความเชื่อมั่นปรับตัวดีขึ้นเกือบทุกองค์ประกอบ ยกเว้นด้านการลงทุน และการจ้างงาน ซึ่งเป็นการตัดสินใจระยะยาวที่ยังทรงตัว ตามความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจและการเงินในปีต่อไป ในด้านการให้ความช่วยเหลือที่ผู้ประกอบการ SME ต้องการจากหน่วยงานภาครัฐ คือการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัย เช่น เงินทุน สินเชื่อต่าง ๆ มาตรการป้องกันน้ำท่วมในระยะยาว รวมถึงมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายที่จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ เช่น การกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและเมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ หรือโครงการเงินดิจิทัลที่ต้องการให้มีการพิจารณาสิทธิของผู้มีสิทธิ์ได้รับเงินเพิ่มเติม นอกจากนี้ การส่งเสริมศักยภาพให้กับธุรกิจ เช่น การมีหน่วยงานคอยให้คำปรึกษาในการดำเนินธุรกิจ การส่งเสริมการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ ยังเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการ SME ต้องการท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้น ทั้งนี้ผู้ประกอบการ SME สามารถค้นคว้าองค์ความรู้ต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ที่ SME Connext หรือสอบถามผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านของกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ และพร้อมให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการ SME ผ่าน https://coach.sme.go.th/ ทั้งนี้ยังสามารถสอบถามรายละเอียดหรือข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ให้บริการ SME ครบวงจรซึ่งตั้งอยู่ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ หรือที่ สสว. Call Center โทร. 1301]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ </strong><strong>SME (SMESI) ประจำเดือนกันยายน 2567 อยู่ที่ระดับ 49.6 ทรงตัวใกล้เคียงเดือนก่อนหน้า</strong></p>
<p><strong>ผลกระทบน้ำท่วม สภาวะเศรษฐกิจทรงตัว การท่องเที่ยวชะลอตัวตามฤดูกาล ส่งผลดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ </strong><strong>SMESI ก.ย. 67</strong><strong> ต่ำกว่าระดับค่าฐานต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 </strong><strong>แม้เริ่มเห็นสัญญาณการกลับมาของกำลังซื้อในระยะสั้น แต่ค่าคาดการณ์ในอีก 3 เดือนข้างหน้า เพิ่มขึ้นจากฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงปลายปีและเทศกาลเฉลิมฉลองต่าง ๆ จะสามารถดึงความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ </strong><strong>SME กลับมาได้</strong></p>
<p>นางสาวปณิตา  ชิณวัตร รองผู้อำนวยการรักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SME (SMESI) ประจำเดือนกันยายน 2567 อยู่ที่ระดับ 49.6 ทรงตัวใกล้เคียงกับเดือนก่อนหน้าจากระดับ 49.4 และยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าระดับค่าฐานที่ 50 ซึ่งสะท้อนความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ถึงแม้จะมีแรงหนุนจากกำลังซื้อที่เร่งตัวสูงขึ้นชั่วคราว ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มสินค้าจำเป็นช่วงฟื้นฟูหลังเหตุอุทกภัย เช่น อุปกรณ์ทำความสะอาด อาหารแห้ง ในขณะที่ภาพรวมภาคธุรกิจยังเผชิญแรงกดดันจากด้านราคาสินค้าต้นทุนที่เร่งตัวในหลายพื้นที่ รวมถึงใช้เงินลงทุนซ่อมแซมปรับปรุงสินทรัพย์ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นด้านผลประกอบการของผู้ประกอบการในปัจจุบัน เมื่อพิจารณาองค์ประกอบของดัชนีพบว่า องค์ประกอบด้านคำสั่งซื้อ ปริมาณการผลิต/การค้า/บริการ การลงทุน อยู่ที่ระดับ 54.9, 52.7 และ 51.1 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 52.5, 52.1 และ 50.9 ในขณะที่องค์ประกอบด้านกำไร ต้นทุนรวม (ต่อหน่วย) และการจ้างงาน ปรับตัวลดลงอยู่ที่ระดับ 49.8, 39.4 และ 49.9 จากระดับ 50.9, 40.4 และ 49.8</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-6480" src="https://www.theposition.co/wp-content/uploads/2024/11/Info--337x600.jpg" alt="" width="337" height="600" /></p>
<p><strong>สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ </strong><strong>SME รายสาขาธุรกิจ ประจำเดือนกันยายน 2567</strong> พบว่า ค่าดัชนีเพิ่มขึ้นเกือบทุกภาคธุรกิจยกเว้นภาคการผลิต ผลจากราคาสินค้าต้นทุนที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น โดย<strong>ภาคการผลิต </strong>อยู่ที่ระดับ 50.7 ซึ่งลดลงมาจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 52.3 ในขณะที่ <strong>ภาคการค้า</strong> อยู่ที่ระดับ 49.7 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 49.1 แต่ภาพรวมยังมีความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจ โดยกลุ่มการค้าส่งและค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวดีขึ้น จากอุปสงค์ชั่วคราวที่เพิ่มขึ้นหลังเหตุอุทกภัย รวมถึงการค้าและบริการเกี่ยวกับยานยนต์ก็ปรับตัวดีขึ้นจากภาพรวมลูกค้าที่นำรถยนต์และรถจักรยานยนต์เข้ามารับบริการ <strong>ภาคการบริการ</strong> อยู่ที่ระดับ 48.5 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 47.5 แต่ความเชื่อมั่นยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับภาคธุรกิจอื่น โดยปรับตัวดีขึ้นในภาคบริการขนส่งสินค้าที่มีการลำเลียงสินค้าไปยังพื้นที่อุทกภัย รวมถึงการบริการทั้งกลุ่มที่พักชั่วคราวที่ปรับตัวดีขึ้นจากสถานการณ์ดังกล่าว <strong>ภาคธุรกิจการเกษตร</strong> อยู่ที่ระดับ 53.3 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 52.1  เป็นผลบวกจากช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวและมีการทยอยขายสินค้าในหลายพื้นที่ สร้างผลดีกับภาคธุรกิจชัดเจน นอกจากนี้บางพื้นที่ยังมีการเตรียมปรับปรุงพื้นที่ เพื่อรองรับการเพาะปลูกในรอบถัดไป</p>
<p><strong>ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ </strong><strong>SME รายภูมิภาค </strong>พบว่า<strong> ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ </strong>อยู่ที่ระดับ 50.7 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 48.7 เศรษฐกิจขยายตัวและกลับมาอยู่ในระดับเชื่อมั่นอีกครั้ง จากกลุ่มการบริการและการค้าเป็นหลัก โดยมีสาเหตุมาจากกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นช่วงหลังฟื้นฟูจากสถานการณ์อุทกภัย โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้เคียงกับจังหวัดที่ติดลุ่มแม่น้ำโขง ทั้งการค้าสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นและการบริการกลุ่มที่พักชั่วคราวรวมถึงบริการซ่อมบำรุง <strong>เขตกรุงเทพฯและปริมณฑล</strong> อยู่ที่ระดับ 50.2 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 49.3 จากสภาวะเศรษฐกิจกลับมาขยายตัวโดยค่าดัชนีเร่งตัวขึ้น และเข้าสู่ระดับความเชื่อมั่นจากปัจจัยบวกของการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่ลุล่วง มีผลความต่อเนื่องของนโยบายกระตุ้นการบริโภค โดยภาคการผลิตหลายสาขา รวมถึงภาคการค้ามีการเพิ่มการผลิตและสต็อกสินค้าเพื่อรองรับการจำหน่ายในช่วงปลายเดือนที่ได้ผลดีจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ <strong>ภาคกลาง</strong> อยู่ที่ระดับ 47.1 ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 47.2 ความเชื่อมั่นทรงตัวใกล้เคียงเดือนก่อนหน้า ถึงแม้พื้นที่จะได้แรงหนุนจากกำลังซื้อภาคธุรกิจการเกษตรที่เป็นช่วงที่มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตและขายได้มากที่สุด รวมถึงกิจกรรมการท่องเที่ยวในจังหวัดอยุธยาฯ ที่เพิ่มขึ้นกว่าเดือนก่อนหน้า อย่างไรก็ตามภาคการผลิตหลายสาขายังชะลอตัวลงต่อเนื่อง เช่น กลุ่มผลิตเครื่องหอม และ การผลิตอัญมณี <strong>ภาคใต้</strong> อยู่ที่ระดับ 50.5 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 51.1 ผู้ประกอบการยังมีความเชื่อมั่นต่อภาคธุรกิจ จากแรงหนุนของกิจกรรมการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวมาเลเซียในพื้นที่ฝั่งอ่าวไทยเป็นสำคัญ ในขณะที่ภาพรวมยังได้รับแรงกดดันจากด้านต้นทุน รวมถึงเศรษฐกิจฝั่งอันดามันและภูเก็ตที่ชะลอลงจากผลกระทบของสภาพอากาศและอุทกภัย <strong>ภาคตะวันออก</strong> อยู่ที่ระดับ 48.2 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 49.6 จากราคาต้นทุนที่เร่งตัวสูงขึ้น ทั้งค่าสาธารณูปโภคและพลังงาน กระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ รวมถึงกำลังซื้อที่หดหาย จากการลดชั่วโมงการทำงานของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หลายแห่ง ซึ่งกระทบต่อรายได้ของลูกจ้างในพื้นที่ กระทบต่อภาคการค้าเป็นสำคัญ รวมถึงกลุ่มธุรกิจบริการในกลุ่มการพักผ่อนและความผ่อนคลาย เช่น สปา วัฒนธรรม เป็นต้น <strong>ภาคเหนือ</strong> อยู่ที่ระดับ 48.5 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 50.4 จากสถานการณ์อุทกภัยที่รุนแรงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 กระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการทั่วทุกภูมิภาค โดยเฉพาะภาคการผลิตที่สถานประกอบการเสียหาย รวมถึงภาคการบริการกลุ่มการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวจีนในพื้นที่ชะลอลง อย่างไรก็ตามยังมีกลุ่มการค้าสินค้าจำเป็นที่สามารถปรับตัวดีขึ้นตามความจำเป็นของการอุปโภค</p>
<p><strong>สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นฯ คาดการณ์ </strong><strong>3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 53.5</strong> ซึ่งคาดว่ากิจกรรมเศรษฐกิจช่วงปลายปี ไม่ว่าเทศกาลเฉลิมฉลองต่าง ๆ ช่วงวันหยุดยาว จะทำให้ระดับความเชื่อมั่นปรับตัวดีขึ้นเกือบทุกองค์ประกอบ ยกเว้นด้านการลงทุน และการจ้างงาน ซึ่งเป็นการตัดสินใจระยะยาวที่ยังทรงตัว ตามความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจและการเงินในปีต่อไป</p>
<p>ในด้านการให้ความช่วยเหลือที่ผู้ประกอบการ SME ต้องการจากหน่วยงานภาครัฐ คือการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัย เช่น เงินทุน สินเชื่อต่าง ๆ มาตรการป้องกันน้ำท่วมในระยะยาว รวมถึงมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายที่จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ เช่น การกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและเมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ หรือโครงการเงินดิจิทัลที่ต้องการให้มีการพิจารณาสิทธิของผู้มีสิทธิ์ได้รับเงินเพิ่มเติม นอกจากนี้ การส่งเสริมศักยภาพให้กับธุรกิจ เช่น การมีหน่วยงานคอยให้คำปรึกษาในการดำเนินธุรกิจ การส่งเสริมการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ ยังเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการ SME ต้องการท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้น ทั้งนี้ผู้ประกอบการ SME สามารถค้นคว้าองค์ความรู้ต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ที่ SME Connext หรือสอบถามผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านของกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ และพร้อมให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการ SME ผ่าน <a href="https://coach.sme.go.th/">https://coach.sme.go.th/</a> ทั้งนี้ยังสามารถสอบถามรายละเอียดหรือข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ให้บริการ SME ครบวงจรซึ่งตั้งอยู่ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ หรือที่ สสว. Call Center โทร. 1301</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.theposition.co/%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>The 1 Insight เผยเทรนด์พฤติกรรม 5 กลุ่มสาวก iPhone</title>
		<link>https://www.theposition.co/the-1-insight-%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-5-%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b8/</link>
					<comments>https://www.theposition.co/the-1-insight-%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-5-%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b8/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[พงษ์ธร ทวีพฤกษ์สกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Sep 2024 12:05:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[App Store]]></category>
		<category><![CDATA[Gadget]]></category>
		<category><![CDATA[iphone]]></category>
		<category><![CDATA[iPhone 16]]></category>
		<category><![CDATA[iphone16]]></category>
		<category><![CDATA[The 1 APP]]></category>
		<category><![CDATA[The 1 Insight]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติกรรมผู้บริโภค iPhone]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.theposition.co/?p=6474</guid>

					<description><![CDATA[The 1 Insight เผยเทรนด์พฤติกรรม 5 กลุ่มสาวก iPhone ผู้ขับเคลื่อนยอดขายตัวจริง The 1 Insight เปิดผลวิเคราะห์เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภค iPhone ในประเทศไทย รับกระแสการเปิดตัว iPhone 16 ที่ได้รับความสนใจอย่างมากเช่นทุกปีที่ผ่านมา ชี้ช่วยกระตุ้นยอดขายรวมหมวด Gadget เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดือนก่อนหน้า พบว่า 40% ของผู้ใช้ iPhone ในไทยนิยมเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ทุกปี ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จในแง่ของตลาดไปจนถึงความสนใจที่มีต่อนวัตกรรมของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง จากฐานข้อมูล The 1 ในช่วงปี 2019-2024 The 1 Insight ชี้ให้เห็นถึง 5 กลุ่มหลักของผู้ใช้ iPhone ไทย ที่มีเทรนด์พฤติกรรมการซื้อและการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้ 1. วัยรุ่นโซเชียล: กลุ่ม Gen Z มุ่งท่องโลกโซเชียล แต่ยังเน้นความคุ้มค่า กลุ่มคนรุ่นใหม่อายุ 18-24 ปี ใช้งาน iPhone เพื่อการเชื่อมต่อกับโซเชียลมีเดียเป็นหลัก รวมถึงการสร้างสรรค์คอนเทนต์ จากข้อมูล พบว่าคนกลุ่มนี้ซื้อ iPhone 15 และ iPhone 15 Plus รวมไปถึงอาจซื้อรุ่นก่อนหน้าที่ให้ความคุ้มค่ามากกว่า โดยเลือกใช้รุ่นที่มีความจุ 128GB ซึ่งเพียงพอกับการใช้งานและสอดคล้องกับข้อจำกัดด้านรายได้ โดยสีที่นิยมสูงสุดคือ Black กลุ่มวัยรุ่นโซเชียลมักอัปเกรด iPhone ทุกปี และนิยมใช้การผ่อนชำระ 0% ซึ่งช่วยให้เข้าถึง iPhone รุ่นพรีเมียมได้มากยิ่งขึ้น โดยมีแนวโน้มว่าในปีนี้จะซื้อ iPhone 16 และ iPhone 16 Plus 2. หนุ่มออฟฟิศสาย Tech: กลุ่ม Gen Y ผู้มอง iPhone เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จ กลุ่มชายวัยทำงานอายุ 25-40 ปี มองว่า iPhone รุ่นท็อปเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จและสถานะทางสังคม รวมถึงมีความพร้อมด้านรายได้ที่สูงขึ้นตามความก้าวหน้าทางอาชีพและมีความสนใจในเทคโนโลยีล้ำสมัย ในปี 2023 จึงเลือกซื้อ iPhone 15 Pro และ iPhone 15 Pro Max ที่มีความจุ 512GB หรือ 1TB เพื่อรองรับการใช้งานได้ครบครันทั้งด้านการทำงานและความบันเทิง โดยสีที่นิยมสูงสุดคือ Black และ Natural Titanium หนุ่มออฟฟิศกลุ่มนี้มักอัปเกรด iPhone ทุกปี และเป็นกลุ่มสำคัญที่ขับเคลื่อนยอดขายรุ่นท็อปในไทย และมีแนวโน้มว่าในปีนี้จะซื้อ iPhone 16 Pro และ iPhone 16 Pro Max 3. พ่อแม่ยุคใหม่: กลุ่ม Millennial Parents เน้นฟังก์ชันใช้งานสำหรับทั้งครอบครัว กลุ่มคนมีครอบครัวที่มีอายุ 30-45 ปี มักให้ความสำคัญกับฟังก์ชั่นการใช้งานจริงและขนาดความจุที่เพียงพอเพื่อรองรับการใช้งานในระยะยาวสำหรับทั้งครอบครัว ดังนั้นคนกลุ่มนี้จึงเลือกซื้อ iPhone 15 หรือ iPhone 15 Plus โดยเลือกรุ่นที่มีความจุ 128GB หรือ 256GB เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลาย โดยสีที่นิยมสูงสุดคือ Colorful เช่น ฟ้า เหลือง ชมพู เขียว นอกจากนี้ยังเป็นกลุ่มที่มีรายจ่ายหลากหลาย จึงไม่เปลี่ยนเครื่องบ่อยนัก โดยมักอัปเกรดทุก 3-4 ปี โดยในปีนี้มีแนวโน้มที่จะซื้อ iPhone 16 หรือ iPhone 16 Plus 4. รุ่นใหญ่สายสมาร์ท: กลุ่ม Gen X ที่พร้อมลงทุนกับเทคโนโลยีเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด กลุ่มผู้บริหารที่มีอายุ 45-60 ปี มักเลือก iPhone ในรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมองว่าเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่ออัพเดทเทคโนโลยีในแต่ละครั้ง จึงเลือกซื้อ iPhone 15 Pro Max ในความจุ 512GB หรือ 1TB เพื่อตอบสนองความต้องการที่ครอบคลุมทั้งการทำงานและการใช้งานส่วนตัว สีที่นิยมสูงสุดคือ Blue Titanium โดยมีรอบการอัปเกรดอุปกรณ์ทุก 2-3 ปี และไม่เน้นการเปลี่ยนตามกระแสสังคม ในปีนี้ มีแนวโน้มที่จะซื้อ iPhone 16 Pro Max 5. เกษียณสายชิล: กลุ่ม Silver Spenders ใช้งานเพื่อสื่อสารทั่วไปและฟังก์ชันสุขภาพ กลุ่มผู้สูงวัยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีพฤติกรรมการใช้ iPhone ที่เน้นการใช้งานพื้นฐานและฟังก์ชั่นติดตามข้อมูลสุขภาพ เลือกซื้อ iPhone SE หรือ iPhone 15 หรืออาจเป็นรุ่นก่อนหน้า โดยใช้ควบคู่กับ Apple Watch Series 9 เพื่อเชื่อมต่อฟังก์ชันการติดตามข้อมูลสุขภาพอย่างละเอียด ข้อมูลชี้ว่า กลุ่ม Silver Spenders ส่วนใหญ่เลือก iPhone รุ่นความจุ 64GB หรือ 128GB สีที่นิยมสูงสุดคือ Colorful เช่น ฟ้า เหลือง ชมพู เขียว โดยมักอัปเกรดทุก 4-5 ปี และมีแนวโน้มที่จะซื้อ iPhone 16 และ Apple Watch ในปีนี้ ในส่วนของผลกระทบต่อสินค้าและอุตสาหกรรมอื่น การเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ ไม่เพียงช่วยกระตุ้นยอดขายในหมวด Gadget โดยเฉพาะกลุ่มอุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น เคสโทรศัพท์, สายชาร์จ, และ AirPods เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคต้องการอุปกรณ์ที่เข้ากันได้ดีกับ iPhone รุ่นใหม่เพื่อรองรับการใช้งานที่สมบูรณ์แบบ ทว่ายังสร้าง Halo Effect ที่ส่งผลดีต่อยอดขายสินค้าหมวดอื่นๆ โดยเฉพาะหมวดแฟชั่น ซึ่งตรงกับช่วงเริ่มต้นของฤดูกาล Autumn/Winter การเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ จากทั้งวงการเทคโนโลยีและแฟชั่น ส่งเสริมให้บรรยากาศการใช้จ่ายภาพรวมคึกคักมากขึ้น จึงส่งผลให้ยอดขายหมวดแฟชั่นเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าในช่วงเวลาเดียวกัน สะท้อนถึงอิทธิพลที่แข็งแกร่งของ iPhone ซึ่งไม่เพียงกระตุ้นยอดขาย Gadget แต่ยังขับเคลื่อนพฤติกรรมการซื้อสินค้าหมวดอื่นๆ ไปพร้อมกัน ดาวน์โหลด The 1 APP เพื่อติดตามข่าวสาร โปรโมชั่นและสิทธิพิเศษต่างๆ ได้ทั้งบน App Store, Play Store และ Huawei AppGallery https://offers.onelink.me/H3Sq/wz8kwqql]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>The 1 Insight เผยเทรนด์พฤติกรรม 5 กลุ่มสาวก iPhone ผู้ขับเคลื่อนยอดขายตัวจริง</p>
<p>The 1 Insight เปิดผลวิเคราะห์เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภค iPhone ในประเทศไทย รับกระแสการเปิดตัว iPhone 16 ที่ได้รับความสนใจอย่างมากเช่นทุกปีที่ผ่านมา ชี้ช่วยกระตุ้นยอดขายรวมหมวด Gadget เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดือนก่อนหน้า พบว่า 40% ของผู้ใช้ iPhone ในไทยนิยมเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ทุกปี ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จในแง่ของตลาดไปจนถึงความสนใจที่มีต่อนวัตกรรมของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง จากฐานข้อมูล The 1 ในช่วงปี 2019-2024 The 1 Insight ชี้ให้เห็นถึง 5 กลุ่มหลักของผู้ใช้ iPhone ไทย ที่มีเทรนด์พฤติกรรมการซื้อและการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้</p>
<p><strong>1. วัยรุ่นโซเชียล: กลุ่ม Gen Z มุ่งท่องโลกโซเชียล แต่ยังเน้นความคุ้มค่า</strong><br />
กลุ่มคนรุ่นใหม่อายุ 18-24 ปี ใช้งาน iPhone เพื่อการเชื่อมต่อกับโซเชียลมีเดียเป็นหลัก รวมถึงการสร้างสรรค์คอนเทนต์ จากข้อมูล พบว่าคนกลุ่มนี้ซื้อ iPhone 15 และ iPhone 15 Plus รวมไปถึงอาจซื้อรุ่นก่อนหน้าที่ให้ความคุ้มค่ามากกว่า โดยเลือกใช้รุ่นที่มีความจุ 128GB ซึ่งเพียงพอกับการใช้งานและสอดคล้องกับข้อจำกัดด้านรายได้ โดยสีที่นิยมสูงสุดคือ Black กลุ่มวัยรุ่นโซเชียลมักอัปเกรด iPhone ทุกปี และนิยมใช้การผ่อนชำระ 0% ซึ่งช่วยให้เข้าถึง iPhone รุ่นพรีเมียมได้มากยิ่งขึ้น โดยมีแนวโน้มว่าในปีนี้จะซื้อ iPhone 16 และ iPhone 16 Plus</p>
<p><strong>2. หนุ่มออฟฟิศสาย Tech: กลุ่ม Gen Y ผู้มอง iPhone เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จ</strong><br />
กลุ่มชายวัยทำงานอายุ 25-40 ปี มองว่า iPhone รุ่นท็อปเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จและสถานะทางสังคม รวมถึงมีความพร้อมด้านรายได้ที่สูงขึ้นตามความก้าวหน้าทางอาชีพและมีความสนใจในเทคโนโลยีล้ำสมัย ในปี 2023 จึงเลือกซื้อ iPhone 15 Pro และ iPhone 15 Pro Max ที่มีความจุ 512GB หรือ 1TB เพื่อรองรับการใช้งานได้ครบครันทั้งด้านการทำงานและความบันเทิง โดยสีที่นิยมสูงสุดคือ Black และ Natural Titanium หนุ่มออฟฟิศกลุ่มนี้มักอัปเกรด iPhone ทุกปี และเป็นกลุ่มสำคัญที่ขับเคลื่อนยอดขายรุ่นท็อปในไทย และมีแนวโน้มว่าในปีนี้จะซื้อ iPhone 16 Pro และ iPhone 16 Pro Max</p>
<p><strong>3. พ่อแม่ยุคใหม่: กลุ่ม Millennial Parents เน้นฟังก์ชันใช้งานสำหรับทั้งครอบครัว</strong><br />
กลุ่มคนมีครอบครัวที่มีอายุ 30-45 ปี มักให้ความสำคัญกับฟังก์ชั่นการใช้งานจริงและขนาดความจุที่เพียงพอเพื่อรองรับการใช้งานในระยะยาวสำหรับทั้งครอบครัว ดังนั้นคนกลุ่มนี้จึงเลือกซื้อ iPhone 15 หรือ iPhone 15 Plus โดยเลือกรุ่นที่มีความจุ 128GB หรือ 256GB เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลาย โดยสีที่นิยมสูงสุดคือ Colorful เช่น ฟ้า เหลือง ชมพู เขียว นอกจากนี้ยังเป็นกลุ่มที่มีรายจ่ายหลากหลาย จึงไม่เปลี่ยนเครื่องบ่อยนัก โดยมักอัปเกรดทุก 3-4 ปี โดยในปีนี้มีแนวโน้มที่จะซื้อ iPhone 16 หรือ iPhone 16 Plus</p>
<p><strong>4. รุ่นใหญ่สายสมาร์ท: กลุ่ม Gen X ที่พร้อมลงทุนกับเทคโนโลยีเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด</strong><br />
กลุ่มผู้บริหารที่มีอายุ 45-60 ปี มักเลือก iPhone ในรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมองว่าเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่ออัพเดทเทคโนโลยีในแต่ละครั้ง จึงเลือกซื้อ iPhone 15 Pro Max ในความจุ 512GB หรือ 1TB เพื่อตอบสนองความต้องการที่ครอบคลุมทั้งการทำงานและการใช้งานส่วนตัว สีที่นิยมสูงสุดคือ Blue Titanium โดยมีรอบการอัปเกรดอุปกรณ์ทุก 2-3 ปี และไม่เน้นการเปลี่ยนตามกระแสสังคม ในปีนี้ มีแนวโน้มที่จะซื้อ iPhone 16 Pro Max</p>
<p><strong>5. เกษียณสายชิล: กลุ่ม Silver Spenders ใช้งานเพื่อสื่อสารทั่วไปและฟังก์ชันสุขภาพ</strong><br />
กลุ่มผู้สูงวัยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีพฤติกรรมการใช้ iPhone ที่เน้นการใช้งานพื้นฐานและฟังก์ชั่นติดตามข้อมูลสุขภาพ เลือกซื้อ iPhone SE หรือ iPhone 15 หรืออาจเป็นรุ่นก่อนหน้า โดยใช้ควบคู่กับ Apple Watch Series 9 เพื่อเชื่อมต่อฟังก์ชันการติดตามข้อมูลสุขภาพอย่างละเอียด ข้อมูลชี้ว่า กลุ่ม Silver Spenders ส่วนใหญ่เลือก iPhone รุ่นความจุ 64GB หรือ 128GB สีที่นิยมสูงสุดคือ Colorful เช่น ฟ้า เหลือง ชมพู เขียว โดยมักอัปเกรดทุก 4-5 ปี และมีแนวโน้มที่จะซื้อ iPhone 16 และ Apple Watch ในปีนี้</p>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-6475" src="https://www.theposition.co/wp-content/uploads/2024/09/Untitled-1-600x338.jpg" alt="" width="600" height="338" /></p>
<p>ในส่วนของผลกระทบต่อสินค้าและอุตสาหกรรมอื่น การเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ ไม่เพียงช่วยกระตุ้นยอดขายในหมวด Gadget โดยเฉพาะกลุ่มอุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น เคสโทรศัพท์, สายชาร์จ, และ AirPods เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคต้องการอุปกรณ์ที่เข้ากันได้ดีกับ iPhone รุ่นใหม่เพื่อรองรับการใช้งานที่สมบูรณ์แบบ ทว่ายังสร้าง Halo Effect ที่ส่งผลดีต่อยอดขายสินค้าหมวดอื่นๆ โดยเฉพาะหมวดแฟชั่น ซึ่งตรงกับช่วงเริ่มต้นของฤดูกาล Autumn/Winter การเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ จากทั้งวงการเทคโนโลยีและแฟชั่น ส่งเสริมให้บรรยากาศการใช้จ่ายภาพรวมคึกคักมากขึ้น จึงส่งผลให้ยอดขายหมวดแฟชั่นเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าในช่วงเวลาเดียวกัน สะท้อนถึงอิทธิพลที่แข็งแกร่งของ iPhone ซึ่งไม่เพียงกระตุ้นยอดขาย Gadget แต่ยังขับเคลื่อนพฤติกรรมการซื้อสินค้าหมวดอื่นๆ ไปพร้อมกัน</p>
<p>ดาวน์โหลด The 1 APP เพื่อติดตามข่าวสาร โปรโมชั่นและสิทธิพิเศษต่างๆ ได้ทั้งบน App Store, Play Store และ Huawei AppGallery https://offers.onelink.me/H3Sq/wz8kwqql</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.theposition.co/the-1-insight-%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-5-%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b8/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สสว. คว้ารางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2567</title>
		<link>https://www.theposition.co/%e0%b8%aa%e0%b8%aa%e0%b8%a7-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90-%e0%b8%a3/</link>
					<comments>https://www.theposition.co/%e0%b8%aa%e0%b8%aa%e0%b8%a7-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90-%e0%b8%a3/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[พงษ์ธร ทวีพฤกษ์สกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Sep 2024 14:28:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[One Identification]]></category>
		<category><![CDATA[sme]]></category>
		<category><![CDATA[สสว]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเอ็มอี]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ SME ONE ID]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.theposition.co/?p=6437</guid>

					<description><![CDATA[สสว. คว้ารางวัลเลิศรัฐ ระดับดี ประเภทบริการตอบโจทย์ตรงใจ ประจำปี 2567 จากโครงการ SME ONE ID ถือเป็นรางวัลยกย่องเชิดชูหน่วยงานที่มีความเป็นเลิศการส่งเสริมเอสเอ็มอี เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2567 ที่ ห้อง Grand Diamond Ballroom ชั้น 2 อาคารอิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี นางสาวปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สสว. ร่วมรับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2567 ซึ่งในปีนี้ สสว. ได้รับ 1 รางวัล จากสาขาบริการภาครัฐ ทั้งนี้ รางวัลเลิศรัฐเป็นรางวัลแห่งเกียรติยศที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร) มอบให้หน่วยงานภาครัฐเพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูหน่วยงานที่ได้มุ่งมั่นปฏิบัติราชการจนประสบความสำเร็จมีความเป็นเลิศแห่งหน่วยงานภาครัฐทั้งปวง นางสาวปณิตา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) ได้กำหนดพิธีมอบรางวัลเลิศรัฐอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อมอบรางวัลให้กับหน่วยงานที่มีผลการดำเนินการที่เป็นเลิศทั้งในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการภาครัฐ การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภายใน และเปิดระบบราชการให้ภาคส่วนอื่นเข้ามามีส่วนร่วม สำหรับพิธีมอบรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2567 สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สามารถคว้ารางวัลเลิศรัฐรวม 1 รางวัล สาขาบริการภาครัฐ ประเภทบริการตอบโจทย์ตรงใจ โดยฝ่ายสนับสนุนองค์ความรู้และระบบให้บริการ SMEs ในผลงาน “หนึ่งรหัส หนึ่งผู้ประกอบการ SME ONE ID” นับเป็นรางวัลแห่งความมุ่งมั่นตั้งใจของบุคคลากรใน สสว. “สสว.เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทเป็นผู้ชี้นำนโยบาย (Policy Maker) ในการส่งเสริมเอสเอ็มอี พร้อมจะขับเคลื่อนร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเอสเอ็มอีสามารถเข้าถึงมาตรการส่งเสริมสนับสนุนการประกอบธุรกิจ เพื่อให้สามารถก้าวข้ามปัญหาอุปสรรคและเห็นโอกาสการเติบโตทางธุรกิจ รวมทั้งพร้อมเปิดกว้างในสามารถเข้าถึงข้อมูลของ สสว. ในทุกช่องทางเพื่อให้ประชาชนมีความรู้และพื้นฐานในการพัฒนาตนเองเป็นผู้ประกอบการรายย่อย รวมทั้งการรวบรวมฐานข้อมูลเพื่อต่อยอดไปยังบริการสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ผ่านโครงการ SME ONE ID โดยจะพยายามรักษาระดับการให้บริการต่อประชาชนและผู้ประกอบการให้ดียิ่งขึ้นต่อไป” นางสาวปณิตา ระบุ สำหรับ โครงการ “หนึ่งรหัส หนึ่งผู้ประกอบการ (One Identification : SME One ID )” เป็นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารงาน และให้บริการประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้ประกอบการสามารถใช้หมายเลข ID เดียวในการเข้าถึงบริการของภาครัฐทุกหน่วยงาน มุ่งเน้นการบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ และลดความยุ่งยากในการจัดเตรียมเอกสารซึ่งเป็นต้นทุนและอุปสรรคในการขอรับอนุญาตและการส่งเสริมจากหน่วยงานของรัฐหลายหน่วย โดยโครงการหนึ่งรหัส หนึ่งผู้ประกอบการ จัดทำขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ MSME ที่มีมากกว่า 3 ล้านราย สำหรับรางวัลเลิศรัฐเป็นรางวัลเกียติยศที่มอบให้แก่หน่วยงานที่ได้มุ่งมั่นปฏิบัติราชการจนประสบความสำเร็จมีความเป็นเลิศแห่งหน่วยงานรัฐทั้งปวง ในการให้บริการต่อประชาชนได้รับความสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส เป็นธรรม และเป็นที่พึงพอใจ ดังนั้น หน่วยงานที่ได้รับรางวัลบริการภาครัฐ จึงถือได้ว่าเป็นหน่วยงานที่มีผลการทำงานในการยกระดับคุณภาพการให้บริการที่ประสบผลสำเร็จ และสามารถสร้างขวัญกำลังใจ รวมทั้งกระตุ้นให้หน่วยงานมีความมุ่งมั่นและตั้งใจในการทำหน้าที่ให้ดียิ่งขึ้น โดยในปี 2567 นี้ รางวัลในสาขาบริการภาครัฐ ระดับดี ประเภทบริการตอบโจทย์ตรงใจ ซึ่งมี 9 หน่วยงานที่ได้รับรางวัล รวม ถึง สสว. โดยฝ่ายสนับสนุนองค์ความรู้และระบบให้บริการ SMEs ในโครงการหนึ่งรหัส หนึ่งผู้ประกอบการ (SME ONE ID)ด้วย จึงเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อบริการประชาชน ดังคำขวัญ “สสว. เคียงข้างเอสเอ็มอี คู่คิดที่ดีผู้ประกอบการไทย” เพื่อให้เอสเอ็มอีไทยได้เติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div>สสว. คว้ารางวัลเลิศรัฐ ระดับดี ประเภทบริการตอบโจทย์ตรงใจ ประจำปี 2567 จากโครงการ SME ONE ID ถือเป็นรางวัลยกย่องเชิดชูหน่วยงานที่มีความเป็นเลิศการส่งเสริมเอสเอ็มอี</div>
<div></div>
<div>เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2567 ที่ ห้อง Grand Diamond Ballroom ชั้น 2 อาคารอิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี นางสาวปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สสว. ร่วมรับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2567 ซึ่งในปีนี้ สสว. ได้รับ 1 รางวัล จากสาขาบริการภาครัฐ ทั้งนี้ รางวัลเลิศรัฐเป็นรางวัลแห่งเกียรติยศที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร) มอบให้หน่วยงานภาครัฐเพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูหน่วยงานที่ได้มุ่งมั่นปฏิบัติราชการจนประสบความสำเร็จมีความเป็นเลิศแห่งหน่วยงานภาครัฐทั้งปวง</div>
<div><img decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-6439" src="https://www.theposition.co/wp-content/uploads/2024/09/สสว_02-600x338.jpg" alt="" width="600" height="338" /></div>
<div>นางสาวปณิตา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) ได้กำหนดพิธีมอบรางวัลเลิศรัฐอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อมอบรางวัลให้กับหน่วยงานที่มีผลการดำเนินการที่เป็นเลิศทั้งในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการภาครัฐ การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภายใน และเปิดระบบราชการให้ภาคส่วนอื่นเข้ามามีส่วนร่วม สำหรับพิธีมอบรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2567 สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สามารถคว้ารางวัลเลิศรัฐรวม 1 รางวัล สาขาบริการภาครัฐ ประเภทบริการตอบโจทย์ตรงใจ โดยฝ่ายสนับสนุนองค์ความรู้และระบบให้บริการ SMEs ในผลงาน “หนึ่งรหัส หนึ่งผู้ประกอบการ SME ONE ID” นับเป็นรางวัลแห่งความมุ่งมั่นตั้งใจของบุคคลากรใน สสว.</div>
<div></div>
<div>“สสว.เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทเป็นผู้ชี้นำนโยบาย (Policy Maker) ในการส่งเสริมเอสเอ็มอี พร้อมจะขับเคลื่อนร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเอสเอ็มอีสามารถเข้าถึงมาตรการส่งเสริมสนับสนุนการประกอบธุรกิจ เพื่อให้สามารถก้าวข้ามปัญหาอุปสรรคและเห็นโอกาสการเติบโตทางธุรกิจ รวมทั้งพร้อมเปิดกว้างในสามารถเข้าถึงข้อมูลของ สสว. ในทุกช่องทางเพื่อให้ประชาชนมีความรู้และพื้นฐานในการพัฒนาตนเองเป็นผู้ประกอบการรายย่อย รวมทั้งการรวบรวมฐานข้อมูลเพื่อต่อยอดไปยังบริการสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ผ่านโครงการ SME ONE ID โดยจะพยายามรักษาระดับการให้บริการต่อประชาชนและผู้ประกอบการให้ดียิ่งขึ้นต่อไป” นางสาวปณิตา ระบุ</div>
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-6440" src="https://www.theposition.co/wp-content/uploads/2024/09/สสว_03-600x338.jpg" alt="" width="600" height="338" /></div>
<div>สำหรับ โครงการ “หนึ่งรหัส หนึ่งผู้ประกอบการ (One Identification : SME One ID )” เป็นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารงาน และให้บริการประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้ประกอบการสามารถใช้หมายเลข ID เดียวในการเข้าถึงบริการของภาครัฐทุกหน่วยงาน มุ่งเน้นการบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ และลดความยุ่งยากในการจัดเตรียมเอกสารซึ่งเป็นต้นทุนและอุปสรรคในการขอรับอนุญาตและการส่งเสริมจากหน่วยงานของรัฐหลายหน่วย โดยโครงการหนึ่งรหัส หนึ่งผู้ประกอบการ จัดทำขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ MSME ที่มีมากกว่า 3 ล้านราย</div>
<div></div>
<div>สำหรับรางวัลเลิศรัฐเป็นรางวัลเกียติยศที่มอบให้แก่หน่วยงานที่ได้มุ่งมั่นปฏิบัติราชการจนประสบความสำเร็จมีความเป็นเลิศแห่งหน่วยงานรัฐทั้งปวง ในการให้บริการต่อประชาชนได้รับความสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส เป็นธรรม และเป็นที่พึงพอใจ ดังนั้น หน่วยงานที่ได้รับรางวัลบริการภาครัฐ จึงถือได้ว่าเป็นหน่วยงานที่มีผลการทำงานในการยกระดับคุณภาพการให้บริการที่ประสบผลสำเร็จ และสามารถสร้างขวัญกำลังใจ รวมทั้งกระตุ้นให้หน่วยงานมีความมุ่งมั่นและตั้งใจในการทำหน้าที่ให้ดียิ่งขึ้น โดยในปี 2567 นี้ รางวัลในสาขาบริการภาครัฐ ระดับดี ประเภทบริการตอบโจทย์ตรงใจ ซึ่งมี 9 หน่วยงานที่ได้รับรางวัล รวม ถึง สสว. โดยฝ่ายสนับสนุนองค์ความรู้และระบบให้บริการ SMEs ในโครงการหนึ่งรหัส หนึ่งผู้ประกอบการ (SME ONE ID)ด้วย จึงเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อบริการประชาชน ดังคำขวัญ “สสว. เคียงข้างเอสเอ็มอี คู่คิดที่ดีผู้ประกอบการไทย” เพื่อให้เอสเอ็มอีไทยได้เติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป</div>
<div></div>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.theposition.co/%e0%b8%aa%e0%b8%aa%e0%b8%a7-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90-%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;C&#8221; หุ้นมีความเสี่ยงเริ่มใช้ 2 ก.ค.</title>
		<link>https://www.theposition.co/c-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1/</link>
					<comments>https://www.theposition.co/c-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[พงษ์ธร ทวีพฤกษ์สกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Jun 2024 05:36:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Asset]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.theposition.co/?p=1664</guid>

					<description><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เตรียมประกาศใช้มาตรการเพื่อดูแลนักลงทุนมากขึ้น ให้ใช้เครื่องหมาย &#8220;C&#8221; (Caution) เพิ่มในกรณีที่ บจ.มีฐานะการเงิน การดำเนินธุรกิจ ที่เปลี่ยนแปลงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อเตือนผู้ลงทุนเพิ่มความระมัดระวัง ศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุนหลักทรัพย์นั้น ๆ โดยเกณฑ์ดังกล่าว บังคับต้องซื้อขายด้วย &#8220;เงินสด&#8221; สำหรับหลักทรัพย์ที่ขึ้นเครื่องหมาย &#8220;C&#8221; โดย ตลท. จะประกาศให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้า 1 วันทำการ และเพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับทราบข้อมูลและแนวทางแก้ไขของ บจ. ต้องให้ บจ. ชี้แจงข้อมูลภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่ขึ้นเครื่องหมาย สำหรับระยะเวลาของการขึ้นเครื่องหมายจะมีผลจนกว่า บจ. จะแก้ไขเหตุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นไปตามหลักการทั่วไปของการขึ้นเครื่องหมายประเภทอื่น ๆ เริ่มมีผลบังคับใช้ 2 ก.ค.61 โดยบริษัทจดทะเบียนที่เข้าข่ายการขึ้นเครื่องหมาย &#8220;C&#8221; ต้องมีลักษณะตามข้อใดข้อหนึ่งที่ ตลท. กำหนดไว้ 1. ฐานะการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ พิจารณาจากส่วนผู้ถือหุ้นลดลงต่ำกว่าร้อยละ 50 ของทุนชำระแล้ว 2. หน่วยงานกำกับดูแลอื่น ๆ เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สั่งแก้ไขธุรกิจ หรือระงับการดำเนินธุรกิจบางส่วน 3. ก.ล.ต. สั่งให้แก้ไขงบ หรือสั่งให้มีผู้สอบบัญชีพิเศษ (Special Audit) 4. บริษัทฯ ที่ผู้สอบบัญชีไม่ลงความเห็นงบการเงิน เนื่องจากถูกจำกัดขอบเขต โดยกรรมการหรือผู้บริหารบริษัท 5. ผู้สอบบัญชีแสดงความเห็นว่า งบการเงินนั้นไม่ถูกต้อง 6. ศาลล้มละลายรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ หรือรับคำฟ้องล้มละลาย 7. บริษัทที่มีลักษณะธุรกิจเข้าข่าย Cash Company คือ บริษัทจดทะเบียนมีสินทรัพย์ทั้งหมดอยู่ในรูปของเงินสด และหลักทรัพย์ระยะสั้น]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เตรียมประกาศใช้มาตรการเพื่อดูแลนักลงทุนมากขึ้น ให้ใช้เครื่องหมาย &#8220;C&#8221; (Caution) เพิ่มในกรณีที่ บจ.มีฐานะการเงิน การดำเนินธุรกิจ ที่เปลี่ยนแปลงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อเตือนผู้ลงทุนเพิ่มความระมัดระวัง ศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุนหลักทรัพย์นั้น ๆ</p>
<p>โดยเกณฑ์ดังกล่าว บังคับต้องซื้อขายด้วย &#8220;เงินสด&#8221; สำหรับหลักทรัพย์ที่ขึ้นเครื่องหมาย &#8220;C&#8221; โดย ตลท. จะประกาศให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้า 1 วันทำการ และเพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับทราบข้อมูลและแนวทางแก้ไขของ บจ. ต้องให้ บจ. ชี้แจงข้อมูลภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่ขึ้นเครื่องหมาย สำหรับระยะเวลาของการขึ้นเครื่องหมายจะมีผลจนกว่า บจ. จะแก้ไขเหตุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นไปตามหลักการทั่วไปของการขึ้นเครื่องหมายประเภทอื่น ๆ เริ่มมีผลบังคับใช้ 2 ก.ค.61</p>
<p>โดยบริษัทจดทะเบียนที่เข้าข่ายการขึ้นเครื่องหมาย &#8220;C&#8221; ต้องมีลักษณะตามข้อใดข้อหนึ่งที่ ตลท. กำหนดไว้</p>
<p>1. ฐานะการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ พิจารณาจากส่วนผู้ถือหุ้นลดลงต่ำกว่าร้อยละ 50 ของทุนชำระแล้ว<br />
2. หน่วยงานกำกับดูแลอื่น ๆ เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สั่งแก้ไขธุรกิจ หรือระงับการดำเนินธุรกิจบางส่วน<br />
3. ก.ล.ต. สั่งให้แก้ไขงบ หรือสั่งให้มีผู้สอบบัญชีพิเศษ (Special Audit)<br />
4. บริษัทฯ ที่ผู้สอบบัญชีไม่ลงความเห็นงบการเงิน เนื่องจากถูกจำกัดขอบเขต โดยกรรมการหรือผู้บริหารบริษัท<br />
5. ผู้สอบบัญชีแสดงความเห็นว่า งบการเงินนั้นไม่ถูกต้อง<br />
6. ศาลล้มละลายรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ หรือรับคำฟ้องล้มละลาย<br />
7. บริษัทที่มีลักษณะธุรกิจเข้าข่าย Cash Company คือ บริษัทจดทะเบียนมีสินทรัพย์ทั้งหมดอยู่ในรูปของเงินสด และหลักทรัพย์ระยะสั้น</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.theposition.co/c-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดร. ภากร ปีตธวัชชัย ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คนที่ 13</title>
		<link>https://www.theposition.co/%e0%b8%94%e0%b8%a3-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b8%98%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1/</link>
					<comments>https://www.theposition.co/%e0%b8%94%e0%b8%a3-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b8%98%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[พงษ์ธร ทวีพฤกษ์สกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Jun 2024 05:36:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Asset]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.theposition.co/?p=1613</guid>

					<description><![CDATA[คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ มีมติแต่งตั้ง ดร. ภากร ปีตธวัชชัย เป็นกรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ คนที่ 13 เริ่มดำรงตำแหน่ง 1 มิถุนายน 2561 โดยมีวาระ 4 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2561-31 พฤษภาคม 2565 ต่อจากนางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ คนปัจจุบัน ที่มีกำหนดครบวาระในวันที่ 31 พฤษภาคม 2561 ประวัติ: ดร. ภากร ปีตธวัชชัย ปัจจุบันอายุ 54 ปี จบการศึกษาปริญญาเอกบริหารธุรกิจ (Finance and Economics) จาก Boston University สหรัฐอเมริกา ปริญญาโทบริหารธุรกิจ (ด้านการเงิน) จาก University of Wisconsin สหรัฐอเมริกา และ ปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ (อิเล็กทรอนิกส์) จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้ร่วมทำงานกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่ปี 2553 โดยดำรงตำแหน่งรองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร และหัวหน้าสายงานการเงินและบริหารเงินลงทุน]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ มีมติแต่งตั้ง ดร. ภากร ปีตธวัชชัย เป็นกรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ คนที่ 13 เริ่มดำรงตำแหน่ง 1 มิถุนายน 2561 โดยมีวาระ 4 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2561-31 พฤษภาคม 2565 ต่อจากนางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ คนปัจจุบัน ที่มีกำหนดครบวาระในวันที่ 31 พฤษภาคม 2561</p>
<p>ประวัติ: ดร. ภากร ปีตธวัชชัย ปัจจุบันอายุ 54 ปี จบการศึกษาปริญญาเอกบริหารธุรกิจ (Finance and Economics) จาก Boston University สหรัฐอเมริกา ปริญญาโทบริหารธุรกิจ (ด้านการเงิน) จาก University of Wisconsin สหรัฐอเมริกา และ ปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ (อิเล็กทรอนิกส์) จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้ร่วมทำงานกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่ปี 2553 โดยดำรงตำแหน่งรองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร และหัวหน้าสายงานการเงินและบริหารเงินลงทุน</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.theposition.co/%e0%b8%94%e0%b8%a3-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b8%98%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นายทุนแห่ขอเปิด “พิโกไฟแนนซ์” 441 ราย ใน 66 จังหวัด</title>
		<link>https://www.theposition.co/%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%9f/</link>
					<comments>https://www.theposition.co/%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%9f/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[พงษ์ธร ทวีพฤกษ์สกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Jun 2024 05:36:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Asset]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.theposition.co/?p=1609</guid>

					<description><![CDATA[สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบประจำเดือนมกราคม 2561 โดยมีสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2559 ที่คลังเปิดให้ผู้สนใจยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์เป็นต้นมา จนถึง ณ สิ้นเดือนมกราคม 2561 มีนิติบุคคลยื่นคำขออนุญาตทั้งสิ้น 441 ราย ใน 66 จังหวัด โดยจังหวัดที่มีผู้ยื่นคำขออนุญาตมากที่สุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ นครราชสีมา 45 ราย กรุงเทพมหานคร 34 ราย และร้อยเอ็ด 28 ราย มีผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจแล้ว 279 ราย ใน 60 จังหวัด ซึ่งในจำนวนนี้ ได้เปิดดำเนินการแล้ว 159 ราย ใน 49 จังหวัด และมีผู้ประกอบการที่ปล่อยสินเชื่อแล้ว 114 ราย ใน 45 จังหวัด โดยผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตสามารถปล่อยสินเชื่อได้ภายในเขตจังหวัดให้แก่ผู้มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ภายในจังหวัดนั้น ๆ วงเงินรายละไม่เกิน 50,000 บาท คิดดอกเบี้ยในอัตราไม่เกินร้อยละ 36 ต่อปี ทั้งนี้ ประชาชนที่มีปัญหาหนี้นอกระบบสามารถพิจารณาใช้บริการสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์เป็นแหล่งทุนทางเลือกทดแทนการกู้ยืมเงินจากเจ้าหนี้นอกระบบ โดยตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ที่เปิดดำเนินการแล้วในปัจจุบัน ได้จากเว็บไซต์ www.1359.go.th ของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือสามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบได้ ณ สาขาของธนาคารออมสินและ ธ.ก.ส. ทั่วประเทศ &#160; LINK:  http://www.1359.go.th/fidp/]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบประจำเดือนมกราคม 2561 โดยมีสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2559 ที่คลังเปิดให้ผู้สนใจยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์เป็นต้นมา จนถึง ณ สิ้นเดือนมกราคม 2561 มีนิติบุคคลยื่นคำขออนุญาตทั้งสิ้น 441 ราย ใน 66 จังหวัด โดยจังหวัดที่มีผู้ยื่นคำขออนุญาตมากที่สุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ นครราชสีมา 45 ราย กรุงเทพมหานคร 34 ราย และร้อยเอ็ด 28 ราย มีผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจแล้ว 279 ราย ใน 60 จังหวัด ซึ่งในจำนวนนี้ ได้เปิดดำเนินการแล้ว 159 ราย ใน 49 จังหวัด และมีผู้ประกอบการที่ปล่อยสินเชื่อแล้ว 114 ราย ใน 45 จังหวัด โดยผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตสามารถปล่อยสินเชื่อได้ภายในเขตจังหวัดให้แก่ผู้มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ภายในจังหวัดนั้น ๆ วงเงินรายละไม่เกิน 50,000 บาท คิดดอกเบี้ยในอัตราไม่เกินร้อยละ 36 ต่อปี</p>
<p>ทั้งนี้ ประชาชนที่มีปัญหาหนี้นอกระบบสามารถพิจารณาใช้บริการสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์เป็นแหล่งทุนทางเลือกทดแทนการกู้ยืมเงินจากเจ้าหนี้นอกระบบ โดยตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ที่เปิดดำเนินการแล้วในปัจจุบัน ได้จากเว็บไซต์ www.1359.go.th ของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือสามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบได้ ณ สาขาของธนาคารออมสินและ ธ.ก.ส. ทั่วประเทศ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>LINK:  <a href="http://www.1359.go.th/fidp/">http://www.1359.go.th/fidp/</a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.theposition.co/%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%9f/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผุดแนวคิดจัดตั้งธนาคารที่ดินรับอีอีซี</title>
		<link>https://www.theposition.co/%e0%b8%9c%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3/</link>
					<comments>https://www.theposition.co/%e0%b8%9c%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[พงษ์ธร ทวีพฤกษ์สกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Jun 2024 05:36:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Asset]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.theposition.co/?p=1580</guid>

					<description><![CDATA[คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เสนอแนวคิดให้กระทรวงการคลัง จัดทำธนาคารที่ดิน หรือแลนด์แบงก์ ขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการที่ดินในเชิงพาณิชย์ เพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง รวมถึงให้มีที่ดินเพียงพอรองรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไม่ว่าจะเป็นโครงการอีอีซี หรือโครงการอื่น ๆ ในอนาคต ตลอดจนเป็นการป้องกันการเก็งกำไรที่ดินของนายทุนที่เข้าไปซื้อที่ดินล่วงหน้าได้ด้วย โดยหลายๆ ประเทศมีการจัดตั้งธนาคารที่ดิน เพื่อแก้ปัญหาหาพื้นที่ในการก่อสร้างสถานที่ต่างๆ โดยอาจเป็นการไปลงทุนซื้อที่ดินมาไว้ เพื่อลงทุนพัฒนาเอง หรือเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาเช่าบางส่วนเพื่อพัฒนาในรูปแบบเชิงพาณิชย์ และบางส่วนก็อาจใช้ประโยชน์ในเชิงสังคม ดีกว่าปล่อยไปให้นายทุนได้ประโยชน์จากการเก็งกำไร อย่างในโครงการอีอีซีที่มีเขตพัฒนาเศรษฐกิจ 22 แห่ง ก็จะเน้นการพัฒนาในพื้นที่นิคมเดิมเป็นหลัก ไม่ได้ไปสร้างนิคมใหม่ให้คนมาเก็งกำไร]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เสนอแนวคิดให้กระทรวงการคลัง จัดทำธนาคารที่ดิน หรือแลนด์แบงก์ ขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการที่ดินในเชิงพาณิชย์ เพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง รวมถึงให้มีที่ดินเพียงพอรองรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไม่ว่าจะเป็นโครงการอีอีซี หรือโครงการอื่น ๆ ในอนาคต ตลอดจนเป็นการป้องกันการเก็งกำไรที่ดินของนายทุนที่เข้าไปซื้อที่ดินล่วงหน้าได้ด้วย</p>
<p>โดยหลายๆ ประเทศมีการจัดตั้งธนาคารที่ดิน เพื่อแก้ปัญหาหาพื้นที่ในการก่อสร้างสถานที่ต่างๆ โดยอาจเป็นการไปลงทุนซื้อที่ดินมาไว้ เพื่อลงทุนพัฒนาเอง หรือเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาเช่าบางส่วนเพื่อพัฒนาในรูปแบบเชิงพาณิชย์ และบางส่วนก็อาจใช้ประโยชน์ในเชิงสังคม ดีกว่าปล่อยไปให้นายทุนได้ประโยชน์จากการเก็งกำไร อย่างในโครงการอีอีซีที่มีเขตพัฒนาเศรษฐกิจ 22 แห่ง ก็จะเน้นการพัฒนาในพื้นที่นิคมเดิมเป็นหลัก ไม่ได้ไปสร้างนิคมใหม่ให้คนมาเก็งกำไร</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.theposition.co/%e0%b8%9c%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ธนาคารพาณิชย์งดทำธุรกรรมคริปโตเคอเรนซี ทั้งการเปิดบัญชีและบัตรเครดิต</title>
		<link>https://www.theposition.co/%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3/</link>
					<comments>https://www.theposition.co/%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[พงษ์ธร ทวีพฤกษ์สกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Jun 2024 05:36:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Asset]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.theposition.co/?p=1553</guid>

					<description><![CDATA[สมาคมแบงก์ขานรับแบงก์ชาติงดทำธุรกรรมคริปโตเคอเรนซี ทั้งการเปิดบัญชีและบัตรเครดิต สมาคมธนาคารไทย พร้อมให้ความร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทย ในการทำธุรกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล ประกอบด้วย 1.ไม่ให้ธนาคารพาณิชย์เข้าไปการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล 2.ไม่ให้ธนาคารพาณิชย์รับแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล 3.ไม่ให้ธนาคารพาณิชย์สร้างแพลตฟอร์มในการทำธุรกรรมเกี่ยวสกุลเงินดิจิทัล 4. ไม่ให้ธนาคารพาณิชย์อนุญาตลูกค้าใช้บัตรเครดิตในการชำระเงินเพื่อซื้อสกุลเงินดิจิตอล 5. ไม่ให้ธนาคารพาณิชย์แนะนำการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลนั้น โดยความร่วมมือครั้งนี้เป็นการป้องกันการทำธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูง รวมทั้งป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายกับผู้ที่ไม่รู้ เนื่องจากการลงทุนดังกล่าวมีความเสี่ยงค่อนข้างมาก ไม่มีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุนจึงไม่สามารถหามูลค่าที่เหมาะสมสำหรับเงินสกุลนั้นๆได้ ซึ่งหากตรวจพบว่ามีการเปิดบัญชีหรือใช้บัตรเครดิตเพื่อการทำธุรกรรมเกี่ยวกับ crypto currency ก็จะบล็อกไม่ให้ทำธุรกรรมดังกล่าว โดยในเบื้องต้นก็คงต้องเริ่มจากฝั่งผู้รับที่มีการจดทะเบียนในชื่อที่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกรรมซื้อขายเงินสกุลดิจิทัลก่อน เนื่องจากในด้านของผู้จ่ายส่วนใหญ่เป็นบัญชีบุคคลที่ธนาคารไม่สามารถระบุวัตถุประสงค์ได้ซึ่งในเรื่องของบัตรเครดิตก็เช่นกัน ส่วนกรณีการออก ICO สกุล JFin ของบริษัท เจ เวนเจอร์ส บริษัทในเครือเจมาร์ทก็ถือว่าเข้าข่ายเช่นกัน แต่ในอนาคตหากคณะกรรมการกำกับและตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) มีหลักเกณฑ์หรือกฎหมายออกมาชัดเจนสามารถซื้อขายได้ธนาคารก็พร้อมที่จะผ่อนคลายเช่นกัน]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สมาคมแบงก์ขานรับแบงก์ชาติงดทำธุรกรรมคริปโตเคอเรนซี ทั้งการเปิดบัญชีและบัตรเครดิต</p>
<p>สมาคมธนาคารไทย พร้อมให้ความร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทย ในการทำธุรกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล ประกอบด้วย<br />
1.ไม่ให้ธนาคารพาณิชย์เข้าไปการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล<br />
2.ไม่ให้ธนาคารพาณิชย์รับแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล<br />
3.ไม่ให้ธนาคารพาณิชย์สร้างแพลตฟอร์มในการทำธุรกรรมเกี่ยวสกุลเงินดิจิทัล<br />
4. ไม่ให้ธนาคารพาณิชย์อนุญาตลูกค้าใช้บัตรเครดิตในการชำระเงินเพื่อซื้อสกุลเงินดิจิตอล<br />
5. ไม่ให้ธนาคารพาณิชย์แนะนำการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลนั้น</p>
<p>โดยความร่วมมือครั้งนี้เป็นการป้องกันการทำธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูง รวมทั้งป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายกับผู้ที่ไม่รู้ เนื่องจากการลงทุนดังกล่าวมีความเสี่ยงค่อนข้างมาก ไม่มีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุนจึงไม่สามารถหามูลค่าที่เหมาะสมสำหรับเงินสกุลนั้นๆได้ ซึ่งหากตรวจพบว่ามีการเปิดบัญชีหรือใช้บัตรเครดิตเพื่อการทำธุรกรรมเกี่ยวกับ crypto currency ก็จะบล็อกไม่ให้ทำธุรกรรมดังกล่าว โดยในเบื้องต้นก็คงต้องเริ่มจากฝั่งผู้รับที่มีการจดทะเบียนในชื่อที่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกรรมซื้อขายเงินสกุลดิจิทัลก่อน เนื่องจากในด้านของผู้จ่ายส่วนใหญ่เป็นบัญชีบุคคลที่ธนาคารไม่สามารถระบุวัตถุประสงค์ได้ซึ่งในเรื่องของบัตรเครดิตก็เช่นกัน</p>
<p>ส่วนกรณีการออก ICO สกุล JFin ของบริษัท เจ เวนเจอร์ส บริษัทในเครือเจมาร์ทก็ถือว่าเข้าข่ายเช่นกัน แต่ในอนาคตหากคณะกรรมการกำกับและตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) มีหลักเกณฑ์หรือกฎหมายออกมาชัดเจนสามารถซื้อขายได้ธนาคารก็พร้อมที่จะผ่อนคลายเช่นกัน</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.theposition.co/%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรมธนารักษ์ จ่ายแลกเหรียญกษาปณ์หมุนเวียน</title>
		<link>https://www.theposition.co/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c-%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5/</link>
					<comments>https://www.theposition.co/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c-%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[พงษ์ธร ทวีพฤกษ์สกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Jun 2024 05:36:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Marketing]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.theposition.co/?p=1719</guid>

					<description><![CDATA[ด้วยกระทรวงการคลัง ได้รับพระราชทานพระราชานุญาตรูปแบบเหรียญกษาปณ์ ให้จัดทำเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เพื่อใช้ในระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยผลิตเป็นเหรียญกษาปณ์หมุนเวียน รวม 9 ชนิดราคา ประกอบด้วยเหรียญชนิดราคา 10 บาท 5 บาท 2 บาท 1 บาท 50 สตางค์ 25 สตางค์ 10 สตางค์ 5 สตางค์ และ 1 สตางค์ พร้อมทั้งได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้ออกจ่ายแลกในระบบเศรษฐกิจ ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2561 เป็นต้นไป ด้านหน้าเหรียญทุกชนิดราคา กลางเหรียญมีพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ผินพระพักตร์ทางเบื้องขวา ทรงฉลองพระองค์เต็มยศทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ฉลองพระองค์ครุยมหาจักรีบรมราชวงศ์ ทรงเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์และสายสร้อยจุลจอมเกล้า เบื้องขวามีข้อความว่า &#8220;มหาวชิราลงกรณ&#8221; เบื้องซ้ายมีข้อความว่า &#8220;รัชกาลที่ 10&#8221; ด้านหลังเหรียญทุกชนิดราคา กลางเหรียญมีอักษรพระปรมาภิไธย วปร ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ เบื้องบนมีข้อความว่า &#8220;ประเทศไทย&#8221; และคำว่า &#8220;พ.ศ.&#8221; และเลขของปี พ.ศ. ที่จัดทำเหรียญ เบื้องล่างมีข้อความบอกชนิดราคาของเหรียญ สำหรับเหรียญชนิดราคา 5 บาท และ 50 สตางค์ ลวดลายด้านหน้าและด้านหลังของเหรียญวงใน เป็นรูปสิบเหลี่ยม กรมธนารักษ์ พร้อมออกใช้และจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรประกอบด้วยเหรียญชนิดราคา 10 บาท 5 บาท 2 บาท 1 บาท 50 สตางค์ และ 25 สตางค์ ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2561 เป็นต้นไป เวลา 08.30-15.30 น. ณ หน่วยรับและจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ กรมธนารักษ์ ซอยอารีย์ ,สำนักบริหารเงินตรา ถนนพหลโยธิน และศูนย์บริหารจัดการเหรียญกษาปณ์ของกรมธนารักษ์ 6 แห่ง ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น อุบลราชธานี เชียงใหม่ นครสวรรค์ สงขลา และสุราษฎร์ธานี ทั้งนี้ เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จะใช้ควบคู่กับเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร &#160; &#160;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ด้วยกระทรวงการคลัง ได้รับพระราชทานพระราชานุญาตรูปแบบเหรียญกษาปณ์ ให้จัดทำเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เพื่อใช้ในระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยผลิตเป็นเหรียญกษาปณ์หมุนเวียน รวม 9 ชนิดราคา ประกอบด้วยเหรียญชนิดราคา 10 บาท 5 บาท 2 บาท 1 บาท 50 สตางค์ 25 สตางค์ 10 สตางค์ 5 สตางค์ และ 1 สตางค์ พร้อมทั้งได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้ออกจ่ายแลกในระบบเศรษฐกิจ ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2561 เป็นต้นไป</p>
<p>ด้านหน้าเหรียญทุกชนิดราคา กลางเหรียญมีพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ผินพระพักตร์ทางเบื้องขวา ทรงฉลองพระองค์เต็มยศทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ฉลองพระองค์ครุยมหาจักรีบรมราชวงศ์ ทรงเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์และสายสร้อยจุลจอมเกล้า เบื้องขวามีข้อความว่า &#8220;มหาวชิราลงกรณ&#8221; เบื้องซ้ายมีข้อความว่า &#8220;รัชกาลที่ 10&#8221; ด้านหลังเหรียญทุกชนิดราคา กลางเหรียญมีอักษรพระปรมาภิไธย วปร ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ เบื้องบนมีข้อความว่า &#8220;ประเทศไทย&#8221; และคำว่า &#8220;พ.ศ.&#8221; และเลขของปี พ.ศ. ที่จัดทำเหรียญ เบื้องล่างมีข้อความบอกชนิดราคาของเหรียญ สำหรับเหรียญชนิดราคา 5 บาท และ 50 สตางค์ ลวดลายด้านหน้าและด้านหลังของเหรียญวงใน เป็นรูปสิบเหลี่ยม</p>
<p>กรมธนารักษ์ พร้อมออกใช้และจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรประกอบด้วยเหรียญชนิดราคา 10 บาท 5 บาท 2 บาท 1 บาท 50 สตางค์ และ 25 สตางค์ ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2561 เป็นต้นไป เวลา 08.30-15.30 น. ณ หน่วยรับและจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ กรมธนารักษ์ ซอยอารีย์ ,สำนักบริหารเงินตรา ถนนพหลโยธิน และศูนย์บริหารจัดการเหรียญกษาปณ์ของกรมธนารักษ์ 6 แห่ง ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น อุบลราชธานี เชียงใหม่ นครสวรรค์ สงขลา และสุราษฎร์ธานี</p>
<p>ทั้งนี้ เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จะใช้ควบคู่กับเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-1727" style="background-color: transparent; color: #333333; font-family: Georgia,&amp;quot; times new roman&amp;quot;,&amp;quot;bitstream charter&amp;quot;,times,serif; font-size: 16px; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: 400; height: 347px; letter-spacing: normal; max-width: 1537.66px; orphans: 2; outline-color: #72777c; outline-style: solid; outline-width: 1px; text-align: left; text-decoration: none; text-indent: 0px; text-transform: none; -webkit-text-stroke-width: 0px; white-space: normal; word-spacing: 0px;" src="https://www.theposition.co/wp-content/uploads/2018/03/0011-600x347.jpg" alt="" width="600" height="347" /><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-1725" style="background-color: transparent; color: #333333; font-family: Georgia,&amp;quot; times new roman&amp;quot;,&amp;quot;bitstream charter&amp;quot;,times,serif; font-size: 16px; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: 400; height: 300px; letter-spacing: normal; max-width: 1537.66px; orphans: 2; outline-color: #72777c; outline-style: solid; outline-width: 1px; text-align: left; text-decoration: none; text-indent: 0px; text-transform: none; -webkit-text-stroke-width: 0px; white-space: normal; word-spacing: 0px;" src="https://www.theposition.co/wp-content/uploads/2018/03/0018-600x300.jpg" alt="" width="600" height="300" /><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-1728" style="background-color: transparent; color: #333333; font-family: Georgia,&amp;quot; times new roman&amp;quot;,&amp;quot;bitstream charter&amp;quot;,times,serif; font-size: 16px; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: 400; height: 300px; letter-spacing: normal; max-width: 1537.66px; orphans: 2; outline-color: #72777c; outline-style: solid; outline-width: 1px; text-align: left; text-decoration: none; text-indent: 0px; text-transform: none; -webkit-text-stroke-width: 0px; white-space: normal; word-spacing: 0px;" src="https://www.theposition.co/wp-content/uploads/2018/03/0012-600x300.jpg" alt="" width="600" height="300" /><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-1729" style="background-color: transparent; color: #333333; font-family: Georgia,&amp;quot; times new roman&amp;quot;,&amp;quot;bitstream charter&amp;quot;,times,serif; font-size: 16px; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: 400; height: 300px; letter-spacing: normal; max-width: 1537.66px; orphans: 2; outline-color: #72777c; outline-style: solid; outline-width: 1px; text-align: left; text-decoration: none; text-indent: 0px; text-transform: none; -webkit-text-stroke-width: 0px; white-space: normal; word-spacing: 0px;" src="https://www.theposition.co/wp-content/uploads/2018/03/0013-600x300.jpg" alt="" width="600" height="300" /><b></b><i></i><u></u></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-1721" src="https://www.theposition.co/wp-content/uploads/2018/03/0014-600x300.jpg" alt="" width="600" height="300" /> <img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-1722" src="https://www.theposition.co/wp-content/uploads/2018/03/0015-600x300.jpg" alt="" width="600" height="300" /> <img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-1726" style="background-color: transparent; color: #333333; font-family: Georgia,&amp;quot; times new roman&amp;quot;,&amp;quot;bitstream charter&amp;quot;,times,serif; font-size: 16px; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: 400; height: 300px; letter-spacing: normal; max-width: 1537.66px; orphans: 2; outline-color: #72777c; outline-style: solid; outline-width: 1px; text-align: left; text-decoration: none; text-indent: 0px; text-transform: none; -webkit-text-stroke-width: 0px; white-space: normal; word-spacing: 0px;" src="https://www.theposition.co/wp-content/uploads/2018/03/0019-600x300.jpg" alt="" width="600" height="300" /><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-1723" src="https://www.theposition.co/wp-content/uploads/2018/03/0016-600x300.jpg" alt="" width="600" height="300" /> <img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-1724" src="https://www.theposition.co/wp-content/uploads/2018/03/0017-600x300.jpg" alt="" width="600" height="300" /></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.theposition.co/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c-%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รถยนต์ไร้คนขับชนคนเสียชีวิต</title>
		<link>https://www.theposition.co/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2/</link>
					<comments>https://www.theposition.co/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[พงษ์ธร ทวีพฤกษ์สกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Jun 2024 05:36:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Marketing]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.theposition.co/?p=1702</guid>

					<description><![CDATA[โตโยต้า มอเตอร์ ระงับการทดสอบรถยนต์ไร้คนขับบนท้องถนนสาธารณะในสหรัฐ เป็นการชั่วคราว หลังจากรถยนต์ไร้คนขับของอูเบอร์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเรียกใช้พาหนะตามสั่ง (ODM) ประสบอุบัติเหตุจนทำให้มีผู้เสียชีวิตในรัฐแอริโซนา ซึ่งเป็นผู้เสียชีวิตรายแรกจากรถยนต์ไร้คนขับ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา รถยนต์ SUV ยี่ห้อวอลโว่ของอูเบอร์ได้ชนเข้ากับหญิงวัย 49 ปีซึ่งกำลังจูงจักรยานข้ามถนน ขณะที่รถคันดังกล่าวอยู่ในโหมดขับอัตโนมัติ และวิ่งด้วยความเร็ว 64 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยมีคนโดยสารในรถเพื่อสังเกตการณ์ด้วย ทั้งนี้ เทคโนโลยีรถขับเคลื่อนอัตโนมัติได้รับความคาดหวังว่าจะช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน และสร้างธุรกิจมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่อุบัติเหตุครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความท้าทายของเทคโนโลยีที่ ต้องรับมือกับการขับรถในสถานการณ์ จริงที่มีผู้คนสัญจรไปมาด้วย ขณะที่ แอลเอไทม์สระบุว่า เหตุการณ์นี้อาจชะลอการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้งานจริงในรัฐแอริโซนาและในรัฐอื่นๆ ของสหรัฐ &#160;]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โตโยต้า มอเตอร์ ระงับการทดสอบรถยนต์ไร้คนขับบนท้องถนนสาธารณะในสหรัฐ เป็นการชั่วคราว หลังจากรถยนต์ไร้คนขับของอูเบอร์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเรียกใช้พาหนะตามสั่ง (ODM) ประสบอุบัติเหตุจนทำให้มีผู้เสียชีวิตในรัฐแอริโซนา ซึ่งเป็นผู้เสียชีวิตรายแรกจากรถยนต์ไร้คนขับ</p>
<p>โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา รถยนต์ SUV ยี่ห้อวอลโว่ของอูเบอร์ได้ชนเข้ากับหญิงวัย 49 ปีซึ่งกำลังจูงจักรยานข้ามถนน ขณะที่รถคันดังกล่าวอยู่ในโหมดขับอัตโนมัติ และวิ่งด้วยความเร็ว 64 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยมีคนโดยสารในรถเพื่อสังเกตการณ์ด้วย</p>
<p>ทั้งนี้ เทคโนโลยีรถขับเคลื่อนอัตโนมัติได้รับความคาดหวังว่าจะช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน และสร้างธุรกิจมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่อุบัติเหตุครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความท้าทายของเทคโนโลยีที่ ต้องรับมือกับการขับรถในสถานการณ์ จริงที่มีผู้คนสัญจรไปมาด้วย ขณะที่ แอลเอไทม์สระบุว่า เหตุการณ์นี้อาจชะลอการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้งานจริงในรัฐแอริโซนาและในรัฐอื่นๆ ของสหรัฐ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-medium wp-image-1704" src="https://www.theposition.co/wp-content/uploads/2018/03/download-600x383.jpg" alt="" width="600" height="383" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-1705" src="https://www.theposition.co/wp-content/uploads/2018/03/uber-volvo-hero-600x338.jpg" alt="" width="600" height="338" /></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.theposition.co/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
